ก่อนคว้ารองหนึ่ง MU2023! ย้อนบทสัมภาษณ์ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ความตั้งใจที่มากกว่าชัยชนะ

คว้าตำแหน่งรองอันดับหนึ่ง เวทีMiss Universe 2023สำหรับ "แอนโทเนีย โพซิ้ว" สาวงามจากไทย ซึ่งการเข้ารอบครั้งนี้ เธอสามารถสร้างประวัติศาสตร์ทำให้ไทยกลับเข้ารอบลึกได้สำเร็จในรอบ 35 ปี

ก่อนหน้านี้ PPTVได้พูดคุยกับเธอทุกเรื่องราวในชีวิต ทุกถ้อยคำที่ถ่ายทอดออกมาทำให้เราไม่แปลกใจว่าทำไมต้องมง!! หลังจากคว้าตำแหน่ง “มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023” ที่แฟนนางงามพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสมมง!

ประวัติ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” สาวเก่งตามล่ามง สู่เวที Miss Universe 2023

 ก่อนคว้ารองหนึ่ง MU2023! ย้อนบทสัมภาษณ์ “แอนโทเนีย โพซิ้ว” ความตั้งใจที่มากกว่าชัยชนะ

แอนโทเนีย โพซิ้ว สะกดทุกสายตากับชุดดวงดาวแห่งจักรวาล คว้ารองอันดับ 1 MU 2023

ปรากฎการณ์ “มงแล้วมงอีก” ของสาววัย 26 ลูกครึ่งไทย-เดนมาร์กคนนี้ ไม่ได้มาแค่เพราะความสวยหรือโชคช่วย ความเก่ง ความมุ่งมั่น เป็นแรงผลักให้ทุกก้าวเดินเป็นไปอย่างสวยงาม แม้ระหว่างทางจะมีน้ำตา แรงกดดัน แต่คำว่า “แพ้ไม่ได้!” และจุดมุ่งหวังของผู้หญิงคนนึงส่งให้มาถึงวันนี้

ชีวิตเปลี่ยนหลังรับมง MUT2023

“สองวันแรกยังช็อกอยู่ (หัวเราะ) เหมือนยังอยู่กับกองฯ เพราะ 42 วันที่ผ่านมาต้องทำภารกิจทุกวัน เช้าแรกหลังชนะการประกวด ลืมตาตื่นขึ้นมาถามตัวเองว่าอยู่ที่ไหนด้วยค่ะ (หัวเราะ) ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่าเมื่อคืนเราชนะมานะ ทำความฝันเป็นจริงแล้ว ความตั้งใจ เป้าหมายที่ตั้งไว้ ทำมันได้สำเร็จแล้ว แฮปปี้และภูมิใจในตัวเองมากค่ะ ที่แอนพูดในคลิปของกองฯว่าตื่นขึ้นมาแล้วมันจริงหรือเปล่า ความรู้สึกตอนนั้นเหมือนยังฝันอยู่

เพราะมีหลายช่วงที่แอนบอกตัวเองว่าอาจจะไม่ชนะหรอก ถ้าพูดตรงๆ แอนรู้ว่าการมาประกวดนางงามเป็นอะไรที่ยากมาก เพื่อที่จะมาเป็นตัวแทนของผู้หญิง เข้าไปในกรอบของนางงามที่สังคมสร้างให้ เพราะหลายอย่างมันเกี่ยวกับภาพลักษณ์ มีช่วงนึงตอนทำงานกับกองฯ ช่วงที่เริ่มทำกิจกรรมแล้วแต่ยังได้กลับบ้าน แอนร้องไห้ทุกวันเป็นสัปดาห์ มันมีกิจกรรมเยอะมากที่ทำให้เราไม่มีเวลามาเสียใจหรือมีความสุขเลย มันหลายอารมณ์มากๆ แอนเลยจะผลักตัวเองขึ้น ซึ่งไม่เคยบอกใครเลยว่าแอนนั่งร้องไห้

จนวันนึงแอนโทรหาผู้จัดการ บอกเขาว่าไม่อยากทำแล้ว เพราะเรื่องคอมเมนต์ เรื่องที่ทุกคนพูดมา ‘แอนเป็นแบบนี้ , แอนไม่ควรทำแบบนี้ , แอนต้องแบบนี้สิ’ ฯลฯ มันเยอะเกินไปสำหรับสุขภาพจิตของแอน แอนไม่รู้ว่าอยากไปต่อหรือ ผู้จัดการก็บอกว่าแอนมาถึงจุดนี้แล้ว ถ้าสมมติแอนเป็นเด็กแล้วมองตัวเองวันนี้ จะภูมิใจในตัวเองไหมถ้ายอมแพ้ ซึ่งตัวแอนเองก็มีความคิดที่ว่าเราพยายามมาเยอะขนาดนี้ เราเสียอะไรมาบ้างที่มาแข่งครั้งนี้ พยายามที่จะแสดงให้ผู้หญิงทุกคนเห็นว่าเรามีมากกว่าความฝัน เรามีหลายบทบาทในชีวิตเรา เราประสบความสำเร็จได้ ถ้าแอนทำไม่ได้เองจะไปสร้างพลังให้คนอื่นได้ยังไง แอนก็เลยฮึบ! ไม่ยอมแพ้

แล้วแอนเองเป็นคนที่ไม่ยอมแพ้ง่าย เพราะแอนเป็นนักกีฬา แอนไม่ชอบแพ้เลย ถ้าแอนมีเป้าหมายก็จะทำให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ แล้วก็ไม่ยอมใครแต่ช่วงนั้นเหมือนมันเยอะมาก จนแอนคิดว่าอันนี้มันเส้นทางของแอนจริงๆ หรือเปล่า ตอนเล่นกีฬาคอมเมนต์ก็จะเกี่ยวกับความสามารถของเรา แต่พอเป็นนางงามมันจะเกี่ยวกับความสวย ซึ่งความสวยมันแล้วแต่คนจะมอง แอนเป็นคนที่พยายามเป็นตัวของตัวเองให้มากที่สุด

เราประสบความสำเร็จในจุดที่สูงได้ โดยที่เราเป็นตัวของเราเองได้ที่สุด เราไม่ต้องไปเป็นคนอื่นเพื่อที่จะให้คนอื่นแฮปปี้ แอนย้อนกลับมาบอกตัวเองว่าถ้าตัวเองยังทำไม่ได้ แล้วจะทำให้คนอื่นเห็นได้ยังไง แอนเลยดึงตัวเองกลับมาใหม่ ซึ่งการข้ามผ่านคอมเมนต์ต่างๆ มาได้มันยากนะคะ แอนพูดเสมอว่าแอนไม่ได้เป็นคนที่เพอร์เฟค ทุกคนในโลกใบนี้ไม่เหมือนกัน ไม่อย่างนั้นเราก็จะไม่มีอะไรที่แตกต่างกัน แอนเข้าใจนะคะว่าโซเชียลมีเดียเป็นช่องทางที่แชร์ความคิดเห็นได้ แต่แอนก็พูดในไลฟ์ตลอดว่า ‘ถ้าไม่มีอะไรดีๆ จะพูด ก็ไม่ต้องพูด’ มันเป็นหน้าที่ของเราที่ต้องทำในสังคม ที่จะให้เสียงของเราเพื่อความดี แล้วทำไมเราต้องไปเสียเวลาให้คนอื่นเสียความรู้สึก

แอนเป็นมนุษย์คนนึงที่มีความรู้สึก แอนร้องไห้ไม่ได้แปลว่าแอนเสียใจอย่างเดียว มันขึ้นอยู่กับอารมณ์ตอนนั้น แอนอาจจะร้องไห้เพราะดีใจก็ได้ อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้แอนข้ามผ่านคอมเมนต์มาได้คือ ‘การมูฟออน’ และให้พลังบวกกับตัวเอง รอบพรีลิมฯ จนถึงรอบไฟนอลแอนไม่เปิดอ่านอะไรเลย เพราะแอนชอบคิดถึงความรู้สึกของคนอื่น คิดถึงความคิดของคนอื่น มันเป็นอุปสรรคให้แอนในการแข่งขัน แอนปลดล็อกตัวเอง”

มงระดับโลกมาแล้ว แต่ตัดสินใจมาประกวดนางงามอีกครั้ง!

“กับเวที ‘มิสซูปราเนชันแนล’ ก็เป็นเวทีที่ใหญ่ แอนต้องให้เกียรติที่นั่นมากๆ ถ้าแอนไม่ไปประกวดที่นั่นมาก่อน ถ้าแอนไม่ชนะ แอนเชื่อว่าแอนจะไม่ได้เป็นผู้หญิงที่เห็นอย่างวันนี้ เพราะก่อนที่แอนไปประกวดแอนเป็นคนที่ขี้อาย ไม่ได้เชื่อใจและไม่มันมั่นใจในน้ำเสียงของตัวเอง แต่เวทีนั้นเปลี่ยนแอนให้ตัวเองเห็นว่า ‘มีคนฟังแอนและมีคนเห็นเป็นแรงบันดาลใจ’ ช่วงที่แอนได้ตำแหน่งเป็นช่วงโควิดพอดี เลยไม่ได้ทำหน้าที่ได้สุด จริงๆ ต้องบินไปหลายประเทศ ไปทำกิจกรรม แอนก็ไปไม่ได้ ก็เลยทำกิจกรรมในเมืองไทยให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ในช่วงเวลานั้น ตอนนั้นยอมรับว่าแอนไปประกวด ไมได้คาดหวังว่าจะได้ตำแหน่ง แอนอยากเดินไปหาประสบการณ์ การที่แอนกลับมาประกวดนางงามอีกครั้ง แอนอยากท้าทายตัวเองว่าถ้ากลับมาแล้วจะประสบความสำเร็จมากขนาดไหน แพ้หรือชนะไม่เป็นไร ขอทำให้เต็มที่ ทำด้วยใจ และขอเป็นกระบอกเสียงให้ทุกคนเห็นว่าคุณอาจจะประสบความสำเร็จสักวันนึงในชีวิต แต่ไม่ควรจำกัดให้ตัวเองไปลองอะไรใหม่ๆคำพูดจาก สล็อตเว็บตรง อันดับ 1

มีหลายคนบอกว่ามาขโมยมง มาทิ้งมง มาเอาโอกาสของคนอื่น แต่นี่ก็คือโอกาสของแอนเหมือนกัน แอนมีโอกาสเท่ากับทุกคน เพราะเรามาแบบเริ่มจากศูนย์ แอนมาในฐานะผู้หญิงคนนึงที่ชื่อว่า ‘แอนโทเนีย โพซิ้ว’ แอนพยายามเคลียร์เรื่องนี้ทุกวันเพื่อให้ทุกคนเห็น แอนไม่ได้คิดว่าแอนเหนือกว่าใครเลย ไม่เคยคิดแบบนั้นเลย แอนพยามจะโชว์ในมุมที่คนอื่นอาจจะไม่เคยเห็นหรือไม่เข้าใจ

แอนมีมุมฮาจนมีมีมออกมาทุกวันเลย (หัวเราะ) แล้วเป็นด้อมแอนเองนะที่สร้างมีมมาแซว แอนไม่อยากให้คนคิดว่าควีนตลอด แอนพูดตลอดว่าเป็นมนุษย์ มีความรู้สึก”

ถูกยกให้เป็นตัวเต็งตั้งแต่มีชื่อมาประกวด

“มันกดดันมากค่ะ เพราะทุกคนพุ่งเป้ามาที่แอนแล้วว่าแอนมีมงใหญ่ ต้องเป็นแบบนี้ ต้องเดินดี เขาคาดหวัง แอนรู้ว่าเขาหวังดีกับแอน แต่บางครั้งแอนอยากให้เขาเข้าใจว่าเหมือนที่เขาคาดหวังว่าแอนต้องชนะทุกแคมเปญ คือเวทีมิสซูปราเนชันแนลไทยแลนด์ เป็นเวทีแรกที่แอนประกวดนางงาม แต่ความกดดันมันก็ผลักดันให้แอนทำดีขึ้นในทุกวัน เพื่อให้ทุกคนเห็นว่าถึจะไม่ได้เป็นอย่างที่ทุกคนอยากให้เป็น แต่แอนก็ประสบความสำเร็จได้นะ

คำว่าต้องมง! กดดันมาก กดดันถึงขั้นที่แอนบอกตัวเองว่า “ห้ามแพ้” ทุกอย่างออกมาทางสีหน้าหมด แอนเป็นคนที่โกหกไม่ได้เลย ทุกอย่างจะออกมาทางภากายของแอนหมด แอนเป็นแบบทุกวันนี้ไมม่ได้แอคติ้ง แอนเป็นกับทุกคนมันคือตัวตนของแอนเอง ตอนที่ทุกคนพูดว่าต้องมง ต้องแบบนั้น แบบนี้ แอนไม่รู้ว่าจะทำยังไงถ้าไม่มง แอนรู้ว่าการมาประกวดมันไม่ได้เป็นที่สุดของแอน แอนมีแพชชั่นหลายอย่าง มีบริษัทของตัวเอง แอนอยากไปเรียนต่อด้วย การมาประกวดไม่ใช่ว่าถ้าไม่ได้มงแล้วจะเฟล มันคืออีกหนึ่งการเดินทางของแอน เป็นอีกแพชชั่นหนึ่งที่แอนอยากลองทำ ก่อนจะมาแอนก็ยอมรับว่า คิดว่ามันก็คือความเสี่ยง แอนได้ปรึกษากับทางมิสซูปร้าฯ แอนรักเขาเหมือนครอบครัว เขาดูแลแอนดีมาก ทำงานใกล้ชิดกันตลอด ทำให้ตอนตัดสินใจมา มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023 ไม่กล้าไปบอกคุณพ่อ แต่ท่านก็เข้าใจว่าแอนมีอีกหนึ่งความฝันที่อยากทำ ครอบครัวก็ยินดีและซัพพอร์ต

กับคำว่าเสี่ยง “แอนก็คิดว่าจะมีคนคิดแบบนี้ไหม ซึ่งก็มีคนคิดแบบนี้ แต่มันคือหน้าที่ของแอนที่จะทำให้ทุกคนเห็น แอนมองว่าทุกเวทีไม่ได้วัดว่าใครดีกว่ากัน ทุกเวทีเท่าเทียมกัน ทุกเวทีเปิดโอกาสให้ผู้หญิงมาเป็นกระบอกเสียงให้คนรอบข้าง เพียงแค่ว่าแต่ละเวทีคนละชื่อกัน แอนหวังว่าคนจะเห็นแล้วว่าแอนไม่ได้เอามงมาทิ้ง แต่แอนเอามงเก่ามาเสริมให้แอนมาถึงจุดนี้ เพราะถ้าไม่มีเขาก็จะไม่มีแอนวันนี้”

ครอบครัวซัพพอร์ตทุกเส้นทางที่เลือก

“เชื่อไหมคะว่าช่วงแรกๆ คุณพ่อไม่อินกับนางงาม แต่พอแอนชนะมงแรกท่านก็เริ่มอิน เริ่มจอยไปกับด้อม (หัวเราะ) การมาเวทีนี้คุณพ่อก็บอกว่าทำไมไม่ลองดู บางวันที่ไม่มั่นใจในตัวเองแอนก็จะไปหาคุณพ่อ ปรึกษาคุณพ่อ คุณพ่อช่วยเรื่องมายด์เซ็ตและทัศนคติของหลายๆ อย่าง เหมือนที่แอนพูดมาเสมอว่า

‘ถ้าจะทำอะไรในชีวิตของเรา ขอให้ทำร้อยเปอร์เซ็นต์กับใจเรา’

อันนี้เป็นคำพูดที่คุณพ่อพูดตั้งแต่แอนไปประกวดมิสซูปราเนชันแนลไทยแลนด์ ช่วงนั้นแอนยังอวบอยู่ แอนกังวลมากๆ จนอยากถอนตัว พอคุณพ่อพูดประโยคนี้ทำให้แอนสู้ต่อ ส่วนคุณแม่ก็ซัพพอร์ตดีมากๆ ครอบครัวสนับสนุนทุกอย่าง เขาไม่เคยสร้างกรอบให้แอนต้องเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ ท่านให้เราตัดสินใจเองเพื่อประสบการณ์และการเรียนรู้”

จากวงการนางแบบ สู่เวทีนางงาม

“แอนเคยประกวดเดอะเฟซฯ เราอยากไปหาประสบการณ์ ซึ่งก็ดีมากๆ ค่ะ การเป็นนางแบบเราเป็นไม้แขวนเสื้อ ไม่ต้องพูด เดินใส่เสื้อผ้าสวยๆ แต่แอนมีความเชื่อมากๆ ว่านางงามเป็นกระบอกเสียงให้สังคม เป็นกระบอกเสียงให้คนที่ต้องการความช่วยเหลือ เราอาจจะไม่ได้ช่วยอะไรที่ยิ่งใหญ่ที่เปลี่ยนโลกใบนี้ภายในพรุ่งนี้ได้ แต่ถ้าเราสามารถเปลี่ยนมายด์เซ็ตของคนอื่นได้บ้าง ก็จะสร้างความอิมแพคได้เยอะขึ้น เพราะจะมีการบอกต่อๆ กันไป ตอนไปประกวดก่อนหน้านี้แอนก็เอาเรื่องนี้ไปพูด เขาถามว่าแอนมาทำไม แอนก็ตอบว่าอยากช่วยสังคม ไม่ได้มาเพื่อเงิน ไม่ได้มาเพื่อรางวัล ไม่ได้มาเพื่อมงกุฎอย่างเดียว แอนอยากเป็นหนึ่งคนที่เป็นเสียงเล็กๆ ที่ส่งต่อให้คนอื่นไปเรื่อยๆ พอหลายเสียงรวมกันมันก็จะดังขึ้น

แอนมีโครงการ Little Steps (ก้าวเล็กน้อยสู่ความยิ่งใหญ่) ที่ทำมาแล้วหลายปี บริษัทของแอนที่ขายผลิตภัณฑ์ความงาม แต่แอนอยากจะบอกด้วยว่าความงามมันก็มาจากภายในด้วย ภายนอกเราปรับได้ว่าชอบแบบไหน แอนขายสเปรย์กันแดดที่ช่วยสิ่งแวดล้อม ดังนั้น 1$ จากคำสั่งซื้อแอนจะนำไปเข้าโครงการ Little Steps ด้วย เป็นการที่ทั้งแอนและผู้สั่งซื้อของได้ทำบุญด้วยกัน การที่แอนได้สร้างรอยยิ้มให้คนอื่น แอนแฮปปี้มากๆ เลย”

เป็นแรงบันดาลใจของผู้หญิงที่ไล่ตามหาฝัน

“แอนอยากบอกว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นมาในชีวิตของเรา มันทำให้เรารู้ว่าเราเป็นใครในวันนี้ ใช่ค่ะ เรากลัวได้ เสียใจได้ มีความสุข โกรธได้ ทุกอย่างมันคือความรู้สึกของมนุษย์ ถ้าเรากลัวหรือกังวลอะไรที่มันมีความหมายกับเรา แปลว่ามันสำคัญสำหรับเรา เราอยากประสบความสำเร็จ แล้วถ้าเรากลัวที่จะไป เราจะรู้ได้ยังไงว่าเราจะประสบความสำเร็จถ้าไม่ลองทำก่อน แล้วถ้าเราจะลองทำ ทำกับ 100 เปอร์เซ็นต์ของใจเรา เพราะว่าถ้าเราแค่ 50 เปอร์เซ็นต์ เราก็จะกลับมาคิดว่าทำไมเราไม่ทำอีก 50 เปอร์เซ็นต์ มันจะสร้างความกังวลในใจเรา มันจะสร้างมายด์เซ็ตลบ แอนก็เป็นผู้หญิงคนหนึ่ง แอนไม่ได้เป็นควีน แอนเป็นแค่คนธรรมดาคนนึงที่กล้าจะออกจากกรอบตัวเอง เพื่อที่จะมาสู้ มาเป็นแรงบันดาลใจให้คนอื่น อยากจะทำให้เห็นว่าเราไม่ต้องใช้แพลตฟอร์มอะไรที่จะมาสร้างพลังให้คนอื่น ถ้าเราไม่เริ่มจากก้าวเล็กๆ ก่อน จะไปสู่ก้าวแห่งความยิ่งใหญ่ได้ยังไง”

นิยามความเป็น "แอนโทเนีย"

“แอนเป็นผู้หญิงที่โตขึ้นในครอบครัวพหุวัฒนธรรม คุณพ่อเป็นคนเดนมาร์ก คุณแม่เป็นคนไทย แอนได้เรียนรู้ทัศนคติและความเป็นฝรั่งและความเป็นคนไทยมาผสมผสานกัน ในใจแอนเป็นคนไทย แต่ภายนอก ความคิด เป็นฝรั่ง และแอนคิดว่าอันนี้เป็นอะไรที่ ทำให้แอนเป็นแอน ว่าแอนไม่ยอมแพ้ใคร ไม่ยอมที่จะให้คนอื่นมาก้าวข้ามแอนไป เพราะแอนรู้ว่าเสียงของแอนมีพลัง แค่หาคนที่จะรับฟัง หาแพลตฟอร์มที่ถูกต้องที่จะช่วยขยายเสียงของแอน และหาผู้คนรายล้อมซึ่งจะคอยสนับสนุนแอน แอนพยายามเป็นคนที่ติดดิน เป็นคนที่ถ่อมตัวให้ได้มากที่สุด เพราะแอนรู้ว่าทุกอย่างในชีวิตของเรามันไม่ใช่ได้มาง่าย ๆ มันต้องทุ่มเท ผลักดันตัวเอง เราสร้างมันด้วยใจเรา และแอนอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคน ไม่ใช่แค่ผู้หญิง แต่แอนอยากเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนเห็นว่า แม้คุณจะเป็นผู้หญิงธรรมดา ๆ ก็สามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงได้ ไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนโลกในวันเดียว ถ้าคุณสามารถเปลี่ยนความคิดคนหนึ่งคนได้ นั่นก็สามารถเปลี่ยนโลกได้เหมือนกัน”

ทำเต็มร้อย เพื่อ "มงที่ 3" ของคนไทย

“พร้อมมากค่ะ ทุกวันเป็นโอกาสให้แอนพัฒนาตัวเองให้ดีขึ้นทุกวัน แอนเชื่อว่ายังมีอีกหลายอย่างที่แอนต้องพัฒนาตัวเองเพื่อที่จะเอลซัลวาดอร์ เอามงกลับมาให้ทุกคน จะพยายามให้ดีที่สุด ให้ทุกคนเห็นว่าแอนเป็นคนที่เหมาะสมกับการเป็นตัว ‘มิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ 2023’ แอนอยากจะขอแรงเชียร์และกำลังใจจากแฟนนางงามทุกคนด้วยนะคะ (ยิ้ม)”

You May Also Like

More From Author